หน้าแรก › เพลงคลาสสิก › หน้าที่ 2

เพลงคลาสสิกเริ่มต้น — หน้าที่ 2

ถ้าหน้าที่ 1 คือบทเพลงสั้นที่ฟังง่ายและคุ้นหู หน้านี้ก็ยังเป็นเพลงที่คุ้นหูรองลงไปจำนวน 28 บทเพลงที่เป็นหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์ดนตรีตะวันตก ตั้งแต่ Symphony No. 5 ของ Beethoven ที่เปิดด้วยจังหวะ "สั้น-สั้น-สั้น-ยาว" อันโด่งดังที่สุดในโลก Hallelujah Chorus ของ Handel ที่ผู้ชมยืนขึ้นทั้งหอแสดง ซิมโฟนีสามบทสุดท้ายของ Mozart ที่เขาแต่งเสร็จภายในไม่กี่สัปดาห์ ไปจนถึง Swan Lake ของ Tchaikovsky เพลงในหน้านี้ส่วนใหญ่อยู่ในยุค Classical และ Romantic ซึ่งมีวงใหญ่ขึ้น อารมณ์เข้มข้นขึ้น และช่วงไดนามิกกว้างกว่าหน้าที่ 1 มาก จึงแนะนำให้ฟังผ่านหูฟังหรือลำโพงที่ดีพอสมควร

แนะนำวิธีใช้หน้านี้

3 เพลงที่ควรฟังก่อนถ้ามีเวลาแค่ 10 นาที

  1. Symphony No. 5 — สี่โน้ตแรกที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ดนตรี และเป็นเพลงที่ถูกส่งออกไปนอกระบบสุริยะพร้อมยาน Voyager
  2. Piano Concerto No. 21 ท่อน Andante — ท่อนช้าที่หวานที่สุดของ Mozart คนไทยจำนวนมากเคยได้ยินโดยไม่รู้ชื่อ
  3. Jesu, Joy of Man's Desiring — ทำนองที่สงบและงดงามที่สุดของ Bach เหมาะที่สุดสำหรับเปิดคลอระหว่างทำงาน

เข้าใจ "ซิมโฟนี" ก่อนเริ่มฟังหน้านี้

Symphony คือบทประพันธ์สำหรับวงออร์เคสตราเต็มวง มาตรฐานของยุค Classical คือมี 4 movements เรียงกันดังนี้

Movementลักษณะอารมณ์ที่ได้ยิน
ที่ 1เร็ว (Allegro) รูปแบบ Sonata formเปิดตัวหนักแน่น นำเสนอทำนองหลัก มักเป็นท่อนที่คนจำได้
ที่ 2ช้า (Andante / Adagio)ท่อนที่ไพเราะและสงบเยือกเย็น
ที่ 3Minuet หรือ Scherzoจังหวะเต้นรำ 3 ช่วง สง่างาม/สนุกสนาน
ที่ 4เร็วมาก (Allegro / Presto)ท่อนปิดที่ตื่นเต้นและยิ่งใหญ่ที่สุด

เมื่อรู้โครงสร้างนี้แล้ว การฟังซิมโฟนีจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะคุณจะรู้ล่วงหน้าว่ากำลังจะได้ยินอะไรต่อไป และถ้าเวลามีจำกัด ให้เลือกฟัง movement ที่ 1 และ movement สุดท้าย

1. Ode to Joy (An die Freude) — Ludwig van Beethoven

Classical บทกวีโดย Friedrich Schiller (1785) ดนตรีโดย Beethoven (1823) 2 เวอร์ชัน

Ode to Joy (ภาษาเยอรมัน: An die Freude) เป็นบทกวีที่เขียนขึ้นในฤดูร้อนปี 1785 โดย Friedrich Schiller กวี นักเขียนบทละคร และนักประวัติศาสตร์ชาวเยอรมัน บทกวีนี้ได้รับการตีพิมพ์ในปีถัดมาในนิตยสาร Thalia ของเยอรมนีในปี 1808 "Ode to Joy" นี้เป็นที่รู้จักกันดีที่สุดจากการที่ Beethoven นำไปใช้ในท่อนสุดท้ายของ Symphony No. 9 ที่เขาแต่งในปี 1823 ผมขอนำเสนอ 2 เวอร์ชันครับ อันแรกเป็นท่อน Ode to Joy ตัดมาจาก movement ที่ 4 ของ Symphony No. 9 และเวอร์ชันที่ 2 เป็นแบบบรรเลงด้วยวงดุริยางค์ทหาร

2. The "Hallelujah" Chorus จาก The Messiah — George Frideric Handel

Baroque George Frideric Handel ประพันธ์ปี 1741

เป็นท่อนสุดท้ายที่โด่งดังจาก Oratorio ยาว 3 องก์ "The Messiah" ประพันธ์โดย George Frideric Handel ในปี 1741 Oratorio บทนี้เขาแต่งขึ้นภายในเวลาเพียง 24 วันในช่วงที่เขากำลังสร้างสรรค์ผลงานอย่างล้นหลามในลอนดอน The Messiah เปิดตัวครั้งแรกในกรุง Dublin เมื่อวันที่ 13 เมษายน 1742 The "Hallelujah" Chorus นี้จะมีธรรมเนียมที่ผู้ชมจะยืนขึ้น ซึ่งเชื่อกันว่าเริ่มต้นขึ้นเมื่อพระเจ้า George ที่ 2 ทรงประทับใจและตื่นตะลึงในความสง่างามของบทนี้

3. Symphony No. 5 in C minor, Op. 67 — Ludwig van Beethoven

Classical Ludwig van Beethoven ประพันธ์ปี 1804–1808

Beethoven ประพันธ์ขึ้นระหว่างปี 1804–1808 โดยมีท่วงทำนองเปิดอันเป็นเอกลักษณ์คือ "สั้น-สั้น-สั้น-ยาว" ซึ่งท่วงทำนองเปิดของเพลงบางครั้งถูกเชื่อมโยงกับ "โชคชะตาที่มาเคาะประตู" เพลงนี้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 1808 ที่ Vienna's Theater an der Wien ในกรุงเวียนนา ปัจจุบันถือว่าเพลงนี้เป็นรากฐานสำคัญของยุค Romantic ที่พิเศษคือเพลงนี้ถูกบรรจุอยู่ในแผ่น Golden Record ติดไปกับยาน Voyager ในปี 1977 ด้วย

4. Piano Concerto No. 21 in C major, K. 467 (ท่อน Andante) — W.A. Mozart

Classical Wolfgang Amadeus Mozart ประพันธ์ 9 มีนาคม 1785

Mozart ประพันธ์ Piano Concerto ชิ้นนี้เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 1785 ในกรุงเวียนนา เพียง 1 เดือนหลังจากเสร็จจาก Piano Concerto No. 20 (K. 466) ผลงานชิ้นเอกนี้ได้รับการแสดงรอบปฐมทัศน์เมื่อ 10 มีนาคม 1785 ที่โรงละคร Burgtheater ท่อน Andante นี้เป็นที่รู้จักในด้านโทนเสียงที่สง่างามและท่วงทำนองหวานซึ้ง และท่อนนี้กลายเป็นที่รู้จักกันดีจากการนำไปประกอบภาพยนตร์เรื่อง Elvira Madigan (1967) จนหลายครั้งท่อนนี้ถูกเรียกกันว่า "Elvira Madigan" concerto

5. Toccata and Fugue in D minor, BWV 565 — J.S. Bach

Baroque Johann Sebastian Bach ประพันธ์ปี 1704–1706 แยกฟัง 2 ท่อน

เป็นหนึ่งในผลงานดนตรีสำหรับ Organ ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ J.S. Bach ประพันธ์ขึ้นระหว่างปี 1704–1706 เพลงนี้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายหลังจากที่ Felix Mendelssohn นำกลับมาบรรเลงใหม่ในปี 1833 และยังใช้ประกอบภาพยนตร์ animation เรื่อง Fantasia ของ Disney ในปี 1940

6. Symphony No. 40 in G minor, K. 550 — W.A. Mozart

Classical Wolfgang Amadeus Mozart เสร็จสมบูรณ์ 25 กรกฎาคม 1788

Symphony บทนี้เป็นงานที่มีท่วงทำนองที่ทุกคนรู้จักกันดีครับ Mozart ประพันธ์งานชิ้นนี้เสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 1788 ในกรุงเวียนนา ในช่วงเวลาแห่งการสร้างสรรค์ที่เข้มข้นและรวดเร็ว ซึ่งเขาประพันธ์ Symphony 3 บทสุดท้าย (39, 40 และ 41) เสร็จภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ งานชิ้นนี้โดดเด่นด้วยน้ำเสียงที่มืดมน เร้าใจ และเร่งเร้า ถือเป็นผลงานชิ้นเอกของยุค Classic และมักถูกมองว่าเป็นต้นแบบของยุค Romantic

7. Symphony No. 41 "Jupiter" — W.A. Mozart

Classical Wolfgang Amadeus Mozart เสร็จสมบูรณ์ 10 สิงหาคม 1788

บทเพลงนี้ Mozart แต่งเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 1788 ณ กรุงเวียนนา เป็นงานซิมโฟนีชิ้นสุดท้ายที่ยาวที่สุดและโด่งดังที่สุดของเขา เป็นที่รู้จักกันในชื่อ "Jupiter Symphony" ซึ่งเป็นชื่อเล่นที่ตั้งโดย Johann Peter Salomon เป็นผลงานชิ้นเอกที่โดดเด่นด้วยโครงสร้างเสียงประสานที่ซับซ้อน โดยเฉพาะในท่อนสุดท้ายที่ท่านจะได้ฟังนี้ครับ

8. Symphony No. 25 "Little G minor Symphony" — W.A. Mozart

Classical Wolfgang Amadeus Mozart ตุลาคม 1773 (อายุ 17 ปี)

Mozart ประพันธ์ขึ้นที่เมือง Salzburg ในเดือนตุลาคม 1773 ขณะที่เขามีอายุเพียง 17 ปี รู้จักกันในชื่อ "Little G minor Symphony" เพื่อแยกแยะจาก Symphony No. 40 ที่เขาแต่งขึ้นในภายหลัง งานชิ้นนี้เป็นผลงานบุกเบิกแนวเพลง Sturm und Drang (พายุและความเครียด) ซึ่งมีลักษณะเด่นคือความเข้มข้นทางอารมณ์ จังหวะที่เร่งรีบ และโทนเสียงที่มืดมนและเร่าร้อน

9. Symphony No. 29 — W.A. Mozart

Classical Wolfgang Amadeus Mozart เสร็จสมบูรณ์ 6 เมษายน 1774 (อายุ 18 ปี)

ผลงานชิ้นนี้เสร็จสมบูรณ์ที่เมือง Salzburg เมื่อวันที่ 6 เมษายน 1774 ขณะที่เขามีอายุ 18 ปี ผลงานชิ้นนี้เป็นรากฐานสำคัญของงานซิมโฟนีในช่วงแรกของเขา แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะที่เพิ่มมากขึ้นและอิทธิพลจากรูปแบบดนตรีคลาสสิกเวียนนา บทเพลงนี้เป็นที่รู้จักในด้านโทนเสียงที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

10. Concerto for Flute, Harp and Orchestra in C major, K. 299 — W.A. Mozart

Classical Wolfgang Amadeus Mozart เมษายน 1778 ที่กรุงปารีส

งานชิ้นนี้ Mozart ประพันธ์ขึ้นในเดือนเมษายน 1778 ระหว่างที่เขาพำนักอยู่ในปารีส ผลงานชิ้นนี้ได้รับการว่าจ้างโดย Adrien-Louis de Bonnières นักเป่าฟลุต และ Marie-Louise-Philippine บุตรสาวของเขาซึ่งเป็นนักเล่นพิณที่กำลังเรียนการประพันธ์เพลงจาก Mozart Concerto บทนี้ถือได้ว่ามีความครบเครื่อง มีความไพเราะเต็มอิ่มจากเครื่องดนตรี 2 ชนิด

11. Trumpet Concerto in E-flat major — Joseph Haydn

Classical Joseph Haydn ประพันธ์ปี 1796

Joseph Haydn ประพันธ์งานชิ้นนี้ขึ้นในปี 1796 ถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญที่แต่งขึ้นเพื่อแสดงศักยภาพของ Trumpet ยุคใหม่ (แบบมี Key) ซึ่ง Haydn จงใจให้เพื่อนรักของเขาคือ Anton Weidinger นัก Trumpet ได้แสดงในรอบปฐมทัศน์เมื่อ 28 มีนาคม 1800 ที่โรงละคร Burgtheater ในเวียนนา

12. Trumpet Concerto in E major — Johann Nepomuk Hummel

Classical Johann Nepomuk Hummel ประพันธ์ปี 1803

Concerto บทนี้ Johann Nepomuk Hummel ประพันธ์ขึ้นในปี 1803 และเปิดแสดงรอบปฐมทัศน์ในวันปีใหม่ 1804 ณ ราชสำนัก Esterházy บทเพลงนี้แต่งขึ้นสำหรับนักเป่า Trumpet ฝีมือเยี่ยม Anton Weidinger โดยใช้ Trumpet แบบมี Key ที่ Anton คิดค้นขึ้นเองครับ Anton Weidinger นี่ถือเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลในวงการดนตรีในยุคนั้น โดยเขาก็เป็นเพื่อนสนิทกับ Haydn, Mozart, Beethoven, Hummel และจุดเปลี่ยนที่สำคัญก็คือเขาได้คิดค้น Trumpet แบบมี Key ที่สามารถเล่นโน้ตดนตรีได้หมดนอกเหนือจากโน้ตในอนุกรมฮาร์มอนิกธรรมชาติ ซึ่งทำให้บรรดาเพื่อน ๆ ของ Anton มีความพยายามในการแต่งเพลงสำหรับ Trumpet ชนิดใหม่นี้ครับ

13. Serenade No. 9 in D major, K. 320 "Posthorn Serenade" — W.A. Mozart

Classical Wolfgang Amadeus Mozart ประพันธ์ปี 1779 ที่ Salzburg

Mozart แต่งเพลงชุดนี้ที่ Salzburg ในปี 1779 เพลงนี้ประพันธ์ขึ้นเพื่อใช้เป็นเพลงปิดท้ายในพิธีสำเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัย Salzburg ในปีนั้น ชื่อเพลง "Posthorn Serenade" มีที่มาจากท่อนโซโลที่โดดเด่นของเครื่องดนตรีประเภทเป่าทองเหลืองที่ไม่มีวาล์ว (posthorn) ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่ใช้โดยบุรุษไปรษณีย์ในยุคนั้น

14. Romance No. 2 in F major for Violin and Orchestra, Op. 50 — Beethoven

Classical Ludwig van Beethoven ประพันธ์ปี 1798 ตีพิมพ์ปี 1805

งานชิ้นนี้ Beethoven ประพันธ์ขึ้นในปี 1798 และตีพิมพ์ในปี 1805 เป็นผลงานชิ้นเอกในยุคโรแมนติกที่โด่งดังในด้านทำนองไพเราะและสไตล์การขับร้อง แม้ว่าจะประพันธ์ขึ้นก่อน Romance No. 1 ถึง 4 ปี แต่เนื่องจากตีพิมพ์ในภายหลังจึงถูกจัดลำดับเป็น Romance ลำดับที่ 2

15. Swan Lake, Op. 20 — Pyotr Ilyich Tchaikovsky

Romantic Pyotr Ilyich Tchaikovsky ได้รับว่าจ้างปี 1875 ปฐมทัศน์ 4 มีนาคม 1877

ผลงานชิ้นนี้ Tchaikovsky ได้รับการว่าจ้างจากโรงละคร Bolshoi Theatre ให้แต่งขึ้นในปี 1875 และเปิดแสดงรอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 1877 ที่มอสโก เดิมทีล้มเหลวเนื่องจากการออกแบบท่าเต้นที่ไม่ดีนัก แต่ได้รับการนำกลับมาแสดงใหม่ในปี 1895 โดยปรับท่าเต้นและเนื้อหาใหม่อิงจากนิทานพื้นบ้านเยอรมัน/รัสเซีย จนสำเร็จงดงามกลายเป็นผลงานชิ้นเอก

16. "Garland Waltz" จากบัลเลต์เรื่อง The Sleeping Beauty — Tchaikovsky

Romantic Pyotr Ilyich Tchaikovsky ประพันธ์ปี 1889 ปฐมทัศน์ 15 มกราคม 1890

ประพันธ์ดนตรีประกอบโดย Peter Tchaikovsky ในปี 1889 และแสดงรอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 15 มกราคม 1890 Waltz เพลงนี้มักเรียกว่า "Garland Waltz : วอลซ์พวงมาลัย" เป็นส่วนหนึ่งของฉากขนาดใหญ่ที่เฉลิมฉลองวันเกิดของเจ้าหญิง Aurora โดยชาวเมืองและข้าราชบริพารร่วมเฉลิมฉลองด้วยพวงมาลัย

17. "Sheep May Safely Graze" จาก Hunting Cantata (BWV 208) — J.S. Bach

Baroque Johann Sebastian Bach ประพันธ์ปี 1713

เป็นท่อน Soprano aria จาก "Hunting Cantata" (BWV 208) ที่ J.S. Bach ประพันธ์ขึ้นในปี 1713 เพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดครบรอบ 31 ปีของ Duke Christian of Saxe-Weissenfels บทเพลงนี้มีเนื้อหายกย่องเจ้าผู้ปกครองที่เอาใจใส่ประชาชน เปรียบเสมือนคนเลี้ยงแกะที่ปกป้องฝูงแกะของตน

18. Jesu, Joy of Man's Desiring (BWV 147) — J.S. Bach

Baroque Johann Sebastian Bach ทำนองหลักโดย Johann Schop (1642)

เป็นชื่อภาษาอังกฤษที่นิยมใช้สำหรับท่อนเพลงประสานเสียงที่มีชื่อเสียงของ J.S. Bach โดยมาจาก Cantata "Herz und Mund und Tat und Leben", BWV 147 แม้ว่า Bach จะเรียบเรียงทำนองเอง แต่แท้จริงแล้วทำนองหลักเป็นของ Johann Schop (1642)

19. Danse Macabre, Op. 40 — Camille Saint-Saëns

Romantic Camille Saint-Saëns เปิดตัวครั้งแรกปี 1875

เป็นเพลง Dance ที่ประพันธ์โดย Camille Saint-Saëns เพลงนี้นำตำนานมาจากตำนานวันฮาโลวีนเรื่องความตาย (The Death) กำลังเล่น Violin ขณะที่โครงกระดูกกำลังเต้นรำ ผลงานชิ้นนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 1875

20. Violin Concerto No. 3 in G major, K. 216 "Strassburg" — W.A. Mozart

Classical Wolfgang Amadeus Mozart ประพันธ์ปี 1775 (อายุ 19 ปี)

เพลงบทนี้ Mozart ประพันธ์ขึ้นที่ Salzburg ในปี 1775 เมื่อเขาอายุ 19 ปี โดยประพันธ์ขึ้นเพื่อหัวหน้าวงดนตรี Antonio Brunetti ผลงานชิ้นนี้รู้จักกันในชื่อ "Strassburg concerto" เนื่องจากมีทำนองพื้นบ้านสไตล์ฝรั่งเศสในท่อนสุดท้าย เป็นผลงานที่โดดเด่นในด้านความไพเราะและการผสมผสานสไตล์อิตาลีและฝรั่งเศสเข้าด้วยกัน

21. Capriccio Italien, Op. 45 — Pyotr Ilyich Tchaikovsky

Romantic Pyotr Ilyich Tchaikovsky ประพันธ์มกราคม–พฤษภาคม 1880

คือบทเพลง Fantasia สำหรับวงออร์เคสตราอันเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา ซึ่ง Tchaikovsky ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางไปกรุงโรมในช่วงฤดูหนาวระหว่างเทศกาลคาร์นิวัลปี 1880 ผลงานชิ้นนี้ประพันธ์ขึ้นระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 1880 โดยเป็นการบันทึกการเดินทางผ่านบทเพลงที่ผสมผสานเพลงพื้นบ้าน เสียงแตรของทหาร และทำนองเพลงพื้นบ้านต่าง ๆ และได้เปิดตัวครั้งแรกในมอสโกภายใต้การกำกับของ Nikolay Rubinstein

22. Overture จาก A Midsummer Night's Dream — Felix Mendelssohn

Romantic Felix Mendelssohn ดนตรีประกอบละครปี 1842

เป็นเพลงโหมโรงเปิดตัวละครเรื่อง "A Midsummer Night's Dream" ของเชกสเปียร์ ที่ Mendelssohn ประพันธ์ขึ้นในปี 1842

23. Wedding March — Felix Mendelssohn

Romantic Felix Mendelssohn ประพันธ์ปี 1842

งานชิ้นนี้ Mendelssohn ประพันธ์ขึ้นในปี 1842 เป็นส่วนหนึ่งของชุดเพลงประกอบละครเรื่อง "A Midsummer Night's Dream" ของเชกสเปียร์ และเพลงนี้กลายเป็นเพลงในพิธีแต่งงานที่เป็นที่รู้จักกันดี หลังจากถูกนำไปใช้ในพิธีแต่งงานของเจ้าหญิง Victoria พระธิดาของ Queen Victoria ในปี 1858

24. Music for the Royal Fireworks, HWV 351 — G.F. Handel

Baroque George Frideric Handel ประพันธ์ปี 1749 แยกฟัง 2 ท่อน

เป็นชุดเพลงสไตล์ Baroque ที่ Handel แต่งขึ้นในปี 1749 ที่ King George II ทรงสั่งให้มีการเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่ในสวน Green Park กรุงลอนดอน เนื่องในโอกาสสิ้นสุดสงครามสืบราชบัลลังก์ออสเตรียและสนธิสัญญา Aix-la-Chapelle การแสดงรอบปฐมทัศน์มีการจุดพลุขนาดใหญ่อลังการ แต่กลายเป็น "หายนะแห่งดอกไม้ไฟ" เพราะศาลาไม้ขนาดใหญ่เกิดไฟไหม้เนื่องจากดอกไม้ไฟพุ่งใส่ ฝูงชนแตกตื่นจำนวนมาก แต่ถึงแม้ว่าการแสดงจะล้มเหลว มีฝนตก ดนตรีกลับได้รับความนิยมอย่างมาก การซ้อมใหญ่ต่อหน้าสาธารณชน 1 สัปดาห์ก่อนหน้านั้นดึงดูดผู้คนหลายหมื่นคน ผมยกตัวอย่างให้ฟังท่อน Overture และ La Réjouissance

25. Water Music — G.F. Handel

Baroque George Frideric Handel ปฐมทัศน์ 17 กรกฎาคม 1717

คือชุดบทเพลงสำหรับวง Orchestra มี 3 ชุดใน 1 บทประพันธ์นี้ครับ ประพันธ์โดย George Frideric Handel มีการแสดงรอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 1717 ตามคำขอของพระเจ้า George ที่ 1 ที่ทรงประสงค์ให้มีการแสดงคอนเสิร์ตบนแม่น้ำเทมส์

26. Schindler's List — Main Theme — John Williams

Modern John Williams ภาพยนตร์ปี 1993

เป็น main theme จากภาพยนตร์อเมริกันแนวมหากาพย์ดราม่าอิงประวัติศาสตร์ ออกฉายในปี 1993 กำกับโดย Steven Spielberg ดัดแปลงผลงาน Schindler's Ark ของ Thomas Keneally (1982) ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าเรื่องของ Oskar Schindler นักอุตสาหกรรมชาวเยอรมัน ที่ช่วยชีวิตผู้ลี้ภัยชาวโปแลนด์เชื้อสายยิวกว่าพันคนจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยจ้างพวกเขาให้ทำงานในโรงงานของเขาในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

27. The Last Emperor — Main Theme

Modern ภาพยนตร์ปี 1987 กำกับโดย Bernardo Bertolucci 2 เวอร์ชัน

เป็น main theme จากภาพยนตร์ชีวประวัติของจักรพรรดิผู่อี๋ จักรพรรดิพระองค์สุดท้ายของจีน ออกฉายในวันที่ 18 พฤศจิกายน 1987 กำกับการแสดงโดยแบร์นาโด แบร์โตลุชชี ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอิตาลี เนื้อหาหลักของภาพยนตร์จะเกี่ยวข้องกับจักรพรรดิผู่อี๋โดยตรงตั้งแต่สิ้นสมัยการปกครองของซูสีไทเฮา ช่วงขึ้นครองราชย์ ช่วงชีวิตวัยเด็กที่ต้องอาศัยอยู่ในเขตพระราชวังต้องห้าม ช่วงที่ปกครองแมนจูกัว จวบจนบั้นปลายชีวิตที่อาศัยอยู่เยี่ยงนักโทษการเมืองและสามัญชน

28. Grande Valse Brillante in E-flat major, Op. 18 — Frédéric Chopin

Romantic Frédéric Chopin ประพันธ์ปี 1833 ตีพิมพ์ปี 1834

เพลง Waltz นี้ Chopin ประพันธ์ในปี 1833 และตีพิมพ์ในปี 1834 เป็นเพลง Waltz เพลงแรกที่เขาตีพิมพ์เผยแพร่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่บทเพลงเปียโนสไตล์คอนเสิร์ตที่เน้นความสามารถทางเทคนิคสูง บทเพลงนี้อุทิศให้กับ Laura Horsford ลูกศิษย์ของเขา อารมณ์ของเพลงสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการสังสรรค์ของปารีสที่มีชีวิตชีวาในช่วงทศวรรษ 1830

ฟังต่อจากหน้านี้

เมื่อคุ้นเคยกับบทเพลงในหน้านี้แล้ว แนะนำให้ไปต่อที่หมวดเหล่านี้ตามความสนใจ

คำศัพท์ที่พบในหน้านี้